คิดสร้างสรรค์ให้ได้อย่างเด็กๆ

โดย master_admin

afterword_wp01 เมื่อผู้ผลิตของเล่นเด็กชื่อดังอย่างเลโก้ ได้สร้างสรรค์ของเล่นชิ้นโปรดของเด็กๆขึ้นมา ด้วยตัวต่อครบชิ้นและขั้นตอนประกอบที่ชัดเจน เพื่อให้เด็กๆสามารถสร้างตัวละครที่พวกเขาชอบขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เด็กน้อยแกะกล่องเลโก้ เทชิ้นส่วนออกมา และประกอบตามคู่มืออย่างแม่นยำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นตัวละครที่เขาชอบได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน จากนั้นเด็กน้อยก็จะนำมันไปวางเอาไว้บนชั้น ในที่ที่เขามั่นใจว่ามันจะปลอดภัย และไม่มีใครสามารถแกะมันออกมาได้ มันไม่แปลกไปหน่อยหรือ? ในเมื่อวัตถุประสงค์หลักของของเล่นประเภทตัวต่อ ไม่ว่าจะเป็นเลโก้หรืออะไรก็ตาม ต่างก็สร้างมาเพื่อให้เด็กได้ทดลองต่อ แกะออก แล้วเล่นซ้ำไม่ใช่หรือ? นี่มันเป็นการฆ่าความคิดสร้างสรรค์ของเด็กชัดๆ แต่ของเล่นสมัยนี้ก็มักจะออกมาในรูปแบบที่มีขั้นตอนวิธีการเล่นอย่างชัดเจน บ้างก็มีวิดีโอประกอบเพื่อที่จะสอนวิธีเล่นที่ถูกต้อง จนเด็กๆแทบจะไม่ต้องใช้จินตนาการอีกแล้ว ว่าพวกเขาจะเล่นกับของเล่นที่ได้มาอย่างไร และถึงแม้ว่าคุณจะเกิดขึ้นมาในยุคสมัยที่ของเล่นยังมีพื้นที่ให้กับการใช้จินตนาการอยู่มาก แต่เมื่อคุณโตขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ที่คุณเคยมีในวัยเด็ก ก็จะมาดับสูญไปในชีวิตของการเป็นผู้ใหญ่อยู่ดี เมื่อเราต้องดำเนินชีวิตอยู่ในกรอบของกฎเกณฑ์ต่างๆ กรอบการทำงานที่รัดกุม หรือความคาดหวังของสังคมก็ดี และถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยให้การดำเนินของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่มันกลับเป็นตัวบ่อนทำลายความสร้างสรรค์ และความสามารถที่จะคิดและทำอะไรใหม่ๆของเราเอง แล้วเราจะกู้คืนความสร้างสรรค์ในตัวเราได้อย่างไรดีล่ะ? วิธีการนั้นแสนจะง่าย เพียงแค่เรานำพาตัวเรากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ไปเป็นเด็ก ในยุคที่เราสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นของเล่น ในการสมมุติถึงเหตุการณ์จำลองต่างๆ และกระตุ้นต่อมความสร้างสรรค์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในที่ทำงาน ขั้นแรกคือการจัดสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานให้คล้ายคลึงกับสนามเด็กเล่น ไม่ว่าจะเป็นพื้นสี การออกแบบแผนผังต่างๆ หรือแม้กระทั่งเสียงดนตรี และที่สำคัญ ทุกๆคนในทีมควรจะได้รับการผ่อนปรนให้สามารถออกแบบพื้นที่ในการทำงานของตัวเองได้ตามแบบที่ชอบ และกระตุ้นให้คนในทีมงานหมั่นคิดนอกกรอบ ทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์อยู่บ่อยๆ เพื่อที่จะได้มีไอเดียใหม่ๆออกมาอย่างสม่ำเสมอ แต่ทั้งหมดนี้ก็จะเกิดขึ้นได้ยาก หากเจ้านายในสถานที่ทำงานของคุณไม่เปิดรับความคิดใหม่ๆ คุณเคยสังเกตเวลาเด็กๆสนทนากันบ้างหรือไม่ พวกเขามักจะมีจินตนาการเป็นเลิศ ในวงสนทนาของเด็ก ดูเหมือนในโลกนี้มันจะไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้เอาซะเลย และยิ่งจินตนาการของพวกเขาหลุดโลกมากเท่าไหร่ เด็กๆคนอื่นๆก็จะยิ่งช่วยกันเสริมจินตนาการให้เจิดจรัสขึ้นไปอีกอย่างกระตือรือร้น เพราะฉะนั้น หากมีการเสนอไอเดียในทีม ทุกๆความคิดเห็นควรได้รับการรับฟัง ไม่ว่าไอเดียนั้นจะเพี้ยนซักแค่ไหน และแน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญอีกประการที่ทำได้ยากนักสำหรับคนทั่วไปก็คือ การยินดีกับความล้มเหลว เคยสังเกตบ้างหรือไม่ เมื่อเด็กๆวิ่งเล่นแล้วหกล้ม พวกเขาอาจจะร้องไห้เพราะเจ็บ แต่เมื่อหายเจ็บก็จะลุกขึ้นแล้วก็วิ่งเล่นใหม่ แทนที่จะกลัวจนไม่กล้าวิ่งเล่นต่อไปจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา พวกเขาเพียงแค่เรียนรู้ที่จะไม่วิ่งสะดุดก้อนหินก้อนเดิมก็เท่านั้น แต่ในชีวิตของผู้ใหญ่นั้นตรงกันข้าม เพื่อผู้ใหญ่หลายๆคนต่างก็หวาดกลัวความล้มเหลวกันจนขยาด แต่ในความเป็นจริง ความล้มเหลวไม่ใช่เรื่องน่ากลัว เราเพียงแค่ต้องก้าวผ่านมันไปเหมือนที่เด็กๆลุกขึ้นแล้ววิ่งต่อไปได้ เราเพียงแค่ต้องเรียนรู้ในสิ่งที่ผิดพลาดแล้วทดลองอะไรใหม่ๆต่อไป และสุดท้าย รำลึกไว้เสมอว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ในชีวิตคนเรามักจะโดนตีกรอบด้วยข้อเท็จจริง ข้อมูล และหลักฟิสิกส์หรืออะไรก็ตาม แต่สิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่จะฆ่าความคิดสร้างสรรค์ในตัวคุณ ซึ่งหากคุณหยุดคิดถึงคำว่า “เป็นไปไม่ได้” เมื่อไหร่ คุณจะพบว่าหากทุกๆคนในทีมมีความมุ่งมั่น ทุมเท และพยายามค้นหาทุกวิถีทางเพื่อไปให้ถึงฝัน คุณจะตกใจว่าพวกคุณสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่ใครๆคิด เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว อย่าหยุดฝัน แล้วลองกลับไปเป็นเด็กดูซักครั้ง เพื่อชุบชีวิตความคิดสร้างสรรค์ของคุณกลับคืนมา   เรียบเรียงจาก: http://www.entrepreneur.com/article/247176 ==== #สนับสนุนทุกความคิดสร้างสรรค์ ร่วมระดมทุนกับหนังสือภาพ “Inseparable” ได้ที่ www.afterword.co/inseparable  



0 Comments